วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

มะเขือเทศออร์แกนิค (มะเขือเทศอินทรีย์) ดีกว่าหรือไม่?

ผลการวิจัยได้แนะนำว่า การรับประทานมะเขือเทศอินทรีย์ (ที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี) นั้นทั้งมีรสชาติดีกว่าและยังดีต่อสุขภาพมากกว่าแบบที่ไม่ใช่อินทรีย์

          คนส่วนมากยังคงยอมรับว่า ท่ามกลางผักอินทรีย์ต่างๆ (แม้มะเขือเทศในทางทฤษฎีจะเป็นผลไม้ก็ตาม!) มะเขือเทศอินทรีย์มีรสชาติดีกว่าจริงๆ

          จากการวิจัยที่ทำเป็นอย่างดีในสหรัฐอเมริกาได้เปรยไว้ว่า มะเขือเทศอินทรีย์อาจมีคุณค่าทางอาหารที่สูงกว่าด้วย มี งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์การอาหารและเกษตรกรรม (Journal of Science of Food and Agriculture) ทำการทดสอบระดับของสารเควอซีติน (Quercetin) และแคมเฟอรอล (Kaempferol) ในกลุ่มตัวอย่างมะเขือเทศแห้ง ตลอดช่วงเวลา 10 ปี พบว่า


 มะเขือเทศ (แห้ง) ที่ปลูกแบบอินทรีย์ พบว่ามีสารเควอซีตินมากกว่าถึงร้อยละ 79 สารเควอซีตินนี้เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำงานในเซลล์ของร่างกายโดยตรงและหยุด เซลล์ไม่ให้หลั่งสารฮิสตามีน (ที่หลั่งออกมาเวลาเกิดภูมิแพ้) นอกจากนี้ยังพบว่ามีแคมเฟอรอลมากกว่าถึงร้อยละ 97 ซึ่งแคมเฟอรอลเป็นฟลาโวนอยด์ธรรมชาติชนิดหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ

          เหตุผลที่นักวิจัยเชื่อก็คือ มะเขือเทศที่ปลูกตามวิธีปกติธรรมดา มักได้รับปุ๋ย (เคมี) จำนวนมาก ซึ่งต่างจาก จำนวนมาก ซึ่งต่างจากมะเขือเทศอินทรีย์ (ที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี) จึงกระตุ้นให้มันสร้างสารฟลาโวนอยด์ในระดับที่สูงกว่า


  “การผลิตสารฟลาโวนอยด์เป็นกลไกการป้องกันของพืชเพื่อตอบสนองต่อการขาดสาร อาหาร" Stephen Daniells จาก NutraIngredients ได้อธิบายตอบต่อการวิจัยนี้ และเพิ่มเติมว่า“ในการปลูกพืชแบบอินทรีย์นั้นการไม่ใส่ปุ๋ย ทำให้ค่าปุ๋ยในดินลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นโดยการเพิ่มระดับของสารฟลาโวนอยด์เมื่อเวลาผ่านไป”

          เช่นเดียวกับที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้สรุปว่า “การ เพิ่มขึ้นนี้ไม่เพียงแต่สอดคล้องกับปริมาณที่เพิ่มขึ้นของดินอินทรีย์ที่ สะสมในแปลงพืชอินทรีย์ แต่ยังทำให้ลดอัตราการใช้ปุ๋ยลงเมื่อดินในระบบอินทรีย์ถึงระดับสมดุลอีก ด้วย”


 ขอขอบคุณข้อมูลจาก BlackMore
ที่มา http://www.vcharkarn.com/varticle/43692

ผักสีสดช่วยคุณฟิตได้

เหล่าบรรดาผักผลไม้สีสันสวยงาม ต่างแฝงไปด้วยประโยชน์มากมาย ยกตัวอย่างผักสีสันจี๊ดๆ ที่ประโยชน์ก็แรงไม่แพ้กัน




 มะเขือเทศ
              ใน ผลมะเขือเทศมีสารจำพวกแคโรทีนอยด์ ชื่อไลโคพีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารสีแดง และวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค โดยเฉพาะวิตามินเอ และวิตามินซี มีในปริมาณสูง มีกลดมาลิค กรดซิตริก ซึ่งให้รสเปรี้ยว และมีกลูตามิค (Glutamic) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหาร นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารเบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เป็นต้น

ประโยชน์ของมะเขือเทศ
              ผล มีรสเปรี้ยวช่วยดับกระหาย ทำให้เจริญอาหาร บำรุงและกระตุ้นกระเพาะอาหาร ลำไส้ ไต ให้ทำงานได้ดี ช่วยขับพิษและสิ่งคั่งค้างในร่างกาย เนื่องจากเป็นยาระบายอ่อน ๆ เหมาะที่จะเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคนิ่ว วัณโรค ไทฟอยด์ หูอักเสบและเยื่อตาอักเสบ ให้รับประทานผลสดลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมาก
              ผิว หนังที่โดนแดดเผา สามารถใช้ใบของมะเขือเทศนำมาตำให้ละเอียดแล้วทาบริเวณที่เป็นนำราก ลำต้น และใบแก่ต้มกับน้ำรับประทานแก้อาการปวดฟัน
              นำน้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรือผลมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่มรักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง
              การ รับประทานมะเขือเทศสุกเป็นประจำจะช่วยลดการแข็งตัวของผนังหลอดเลือด รักษาโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัน ช่วยบำรุงสายตา และช่วยย่อยอาหาร ลดความดันโลหิต และช่วยบรรเทาอาการป่วยของผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคตับอักเสบ
              คั้นน้ำมะเขือเทศสุกหรือปั่น ดื่มรับประทาน ลดอาการท้องอืดเฟ้อ และอาหารไม่ย่อย ช่วยดับกระหายคลายร้อน และช่วยรักษาโรคแผลร้อนใน

กะหล่ำปลีม่วง
              ไม่ ว่าจะเป็นกะหล่ำปลีม่วง หรือกะหล่ำปลีแดงก็เป็นผักกะหล่ำชนิดเดียวกัน แต่ถูกเรียกขานแตกต่างกันไป ซึ่งเจ้าผักสีสวยที่หลายคนมักทำเป็นสลัดค่อนข้างมีประโยชน์หลากหลายมากกว่า จะเป็นผักตกแต่งจานเพียงอย่างเดียว

ประโยชน์ของกะหล่ำปลีสีม่วง
  เนื้อ ของกะหล่ำปลีม่วงออกรสขมกว่ากะหล่ำปลีสีขาวธรรมดาเพราะมีสารอินไทบิน แต่สารอินไทบินตัวนี้มีส่วนสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญสารอาหารในร่างกายช่วย กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงตับ ถุงน้ำดี ไต และกระเพาะดีขึ้น นอกจากนี้กะหล่ำปลีสีม่วงยังอุดมด้วยธาตุเหล็กจึงช่วยเสริมฮีโมโกลบินให้แก่ ร่างกาย ซึ่งฮีโมโกลบินเป็นตัวการสำคัญที่นำพาออกซิเจนไปกับเม็ดเลือดแดงเพื่อหล่อ เลี้ยงเซลล์ต่างๆ 

 อีก หนึ่งสาเหตุที่กะหล่ำปลีม่วงเป็นผักยอดฮิตสำหรับสลัด ก็เพราะเป็นพืชที่มีกากใยอาหารสูงและอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารหลายชนิด เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต โซเดียม และวิตามินซีที่พบว่ามีค่อนข้างมากกว่ากะหล่ำปลีสีเขียวถึงสองเท่า ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน มีสารซัลเฟอร์ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่และต้านสารก่อมะเร็งที่เข้า สู่ร่างกาย

              อย่าง ไรก็ตามในกะหล่ำปลีไม่ว่าจะเขียวหรือม่วงต่างก็มีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า กอยโตรเจนเล็กน้อย ถ้าสารดังกล่าวมีมากจะไปขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์ทำให้นำไอโอดีนใน เลือดไปใช้ได้น้อย ดังนั้นจึงไม่ควรกินกะหล่ำปลีสด ในปริมาณมากเกินไป แต่ถ้าสุกแล้วสารกอยโตรเจนจะหายไป


บร็อกโคลี 
              ถ้า จะกินผัดผักก็ต้องยกให้บร็อกโคลีเป็นที่หนึ่ง เพราะมากด้วยประโยชน์ รสชาติที่ไม่ขม กรอบ อร่อย จนแม้แต่เด็ก ๆ ก็ทานได้โดยไม่งอแง และที่สำคัญสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกายอมรับว่าเป็นพืชที่ต่อต้าน มะเร็ง เพราะประกอบด้วยวิตามินเอ แคลเซียม ไรโบฟลาบิน หรือวิตามินบี 2 เป็นต้น

ประโยชน์ของบร็อกโคลี่
              บร็อกโคลีเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับกะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า และผักกาด โดยมีสารที่เรียกว่า ซัลโฟราเฟน ซึ่งเป็นสารป้องกันโรคมะเร็ง
              มีวิตามินซีสูง เพียงปริมาณ 1 ถ้วยตวง ก็ให้วิตามินซีได้มากถึง 13% ของปริมาณวิตามินซีที่เราควรรับประทานต่อวัน
              เปี่ยม ด้วยธาตุซีลีเนียมที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง ดังนั้นถ้ารับประทานบร็อกโคลีเป็นประจำก็จะช่วยชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่น ได้ง่าย
              ป้องกันการเกิดต้อกระจก เนื่องจากมีสารเบต้าแคโรทีนสูง โดยเฉพาะสารลูทีนที่สามารถป้องกันความเสื่อมของดวงตา

พริกหวาน 
              พริก เม็ดโตสีสันสดใส มีลักษณะกลมยาว หลายครัวเรือนนิยมนำมาผัดเพราะไม่มีรสเผ็ด เนื่องจากมีสารแคปไซซินในปริมาณที่ตํ่ามากจนถูกเรียกว่าพริกหวาน

              ใน พริกหวาน 100 กรัม สามารถให้คุณค่าแก่ร่างกายได้มาก โดยให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี ซึ่งประกอบด้วย โปรตีน 0.8 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.0 กรัม แคลเซียม 9 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 2.5 มิลลิกรัม ไทอะมิน 0.10 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.05 มิลลิกรัม วิตามินซี 65 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของพริกหวาน
              พริก หวานมีเบตาแคโรทีนสูง มีวิตามินซี เหล็ก และโพแทสเซียม ซึ่งพริกหวานสีเหลืองจะมีไวตามินมากกว่าพริกหวานสีส้มถึง 4 เท่า ในพริกสีเขียว 100 กรัมก็จะมีไวตามินซี 100 กรัมเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสารแคบไซซิน ช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือด โรคต้อกระจก และโรคมะเร็ง

              ใน หนึ่งเมนูของวัน ถ้ามีพริกหวานเป็นส่วนประกอบก็จะช่วยกระตุ้นทางการทำงานของกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบการย่อยอาหารดีขั้น ช่วยเจริญอาหารบำรุงธาตุ ขับเหงื่อ ขับลม ขับเสมหะ แก้อาเจียน แก้หิด กลากเกลื้อน และสามารถลดความด้นโลหิตได้ เพราะทำให้หลอดเลือดอ่อนตัว และช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดเป็นไปได้ดี

 อะโวคาโด 
              ทำ เอาคนทั่วโลกหลงใหลไปกับความเนียนนุ่มและรสสัมผัสมัน ๆ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ อะโวคาโด ผลไม้แสนอร่อยจากดินแดนอเมริกาใต้รสชาติของผลอะโวคาโดที่มัน ๆ แต่กินแล้วไม่เลี่ยน ก็เป็นเพราะเนื้อของอะโวคาโดนั้นมีปริมาณไขมันสูง แต่ไขมันที่ว่าเป็นไขมันดีต่อร่างกาย เพราะเป็นกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ชื่อว่ากรดไขมันโอเมก้า 9 มีอยู่ในปริมาณสูงเช่นเดียวกับในน้ำมันมะกอก เมื่อกินผลอะโวคาโดเป็นประจำ ก็จะช่วยลดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดลงได้

ประโยชน์ของอะโวคาโด
              อะ โวคาโดให้พลังงานสูง แต่มีน้ำตาลต่ำ ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจึงสามารถกินได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีโปรตีนสูง ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย วิตามินสูง ทั้งวิตามินอี วิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี และยังให้กากใยมาก จึงเป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายอย่างมาก

              ถ้า รับประทานเป็นประจำจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย เพราะวิตามินบีในอะโวคาโดจะทำให้ร่างกายเกิดความต้านทานในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการปกป้องผิวหน้าจากมลพิษเสียด้วย

 ขอขอบคุณข้อมูลจากE-Magazine
ที่มา  http://www.vcharkarn.com/varticle/43701

เครื่องสีข้าวขนาดเล็กที่สุดในโลก

รายละเอียดการทำงานโดยสังเขป1. เครื่องสีข้าวแบบแกนเหล็กหล่อ
เป็น นวัตกรรมใหม่โดยการกระเทาะเปลือกข้าวและขัดข้าวให้ขาวด้วยแกนเหล็กซึ่งเป็น เหล็กหล่อทรงเกลียวกระบอกจึงทำให้หน้าแกนเหล็กมีความคมลักษณะเดียวกับหน้า หินเจียร์ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งเหล็กสี่เหลี่ยมยาว ทำหน้าที่ในการอัดเม็ดข้าวเข้าหาแกนเหล็กจึงสามารถกระเทาะเปลือกข้าวและขัด ข้าวได้เร็วกว่าเครื่องสีข้าวขนาดเล็กทั่วไป

2. เครื่องบด, ปั่น
เป็น เครื่องที่สามารถบดปั่นธัญพืชและผลผลิตแห้ง เช่นแกลบ, พริก, พริกไทย, ข้าวโพด,ข้าวแป้งหรือข้าวคั่วให้ละเอียดตามความต้องการในการเลี้ยงสัตว์และ บริโภค เป็นการทำงานแบบชุดหมุนเหวี่ยงใบมีดเหล็กกล้าในการบดปั่น และตะแกรงเหล็กที่มีรูขนาดต่างๆเพื่อกรองธัญพืชและผลผลิตแห้งที่บดปั่นแล้ว ให้มีความละเอียดตามความต้องการได้เป็นอย่างดี

3. มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2.2 K.W.
เป็น มอเตอร์ขนาดเล็กกินไฟน้อย ซึ่งการใช้งานจะกินไฟฟ้าอยู่ที่ ชั่วโมงละประมาณ 9 บาท ทั้งนี้มอเตอร์มีขนาดเล็กการทำงานจึงควรทำงานต่อเนื่องไม่เกิน 3 ชั่วโมงและควรพักมอเตอร์ประมาณ 20-30 นาที เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพมอเตอร์และเป็นการประหยัดไฟฟ้า

ข้าวเปลือก 1 กก.สีแล้วจะได้ส่วนประกอบอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ (ที่ความชื้น 15%)

จากการทดลองสีข้าวจำนวน 1 กิโลกรัม พบว่าใช้เวลาในการสีข้าว 25 วินาที ได้เมล็ดข้าวสารจำนวน 0.6 กิโลกรัม แกลบและ
รำ หยาบ 0.35 กิโลกรัม และปลายข้าว 0.05 กิโลกรัม จากนั้นได้หาเปอร์เซ็นต์ ข้าวหักโดยการสุ่มหยิบข้าวสารที่สีแล้ว 10 ครั้ง ครั้งละ 10 กรัมหาค่าเฉลี่ย พบว่าข้าวสารที่ได้จากการสี 100 กรัม ได้ข้าวสารเต็มเมล็ด
65 เปอร์เซ็นต์ และข้าวสารหัก 35 เปอร์เซ็นต์

คุณสมบัติเฉพาะ
กระบะใส่ข้าวเปลือกขนาด 5 กิโลกรัม 2 ใบ
เครื่องสีข้าว 1 ตัว, เครื่องบด 1 ตัว
มอเตอร์ขนาด 2.2 kw 220V AC 1 ลูก/เครื่องยนต์ดีเซล 3.5 แรงม้า
กำลังการผลิต 160 กิโลกรัม./ชม.(ข้าวสาร
  ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ และการทำงานได้ที่ http://eyelu.blogspot.com/
โทร. 085-0000-641
ดุการทำงานได้ที่ http://www.youtube.com/user/kidtipark?feature=mhee
ที่มา  http://www.vcharkarn.com/vblog/40029/1/#P1

วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดิน

การปรับปรุงดินให้มีสภาพเหมาะสมต่อการเพาะปลูก

โดยการคลุมหน้าดิน
ใบไม้และเศษพืชที่ปกคลุมผิวดิน หน้าดิน ช่วยลดการสูญเสียความชื้น หน้าดินอ่อน รากชอนไชหรือแทรกลงดินได้ดี ต้นไม้จะเริ่มอุดมสมบูรณ์
อาจจะเป็นวัสดุทางธรรมชาติอื่นๆอีกเช่น ฟางข้าว ตอซังพืช หญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง ต้นถั่ว ขุยมะพร้าว กากอ้อย แกลบ ขี้ลีบข้าว รำหยาบ ขี้เลื่อย ขุยไผ่ ไส้ปอ เปลือกหรือกากมันสำปะหลัง หรือพลาสติกสำหรับคลุมหน้าดิน

ฟางข้าว มีอัตราการย่อยต่ำ มีคุณค่าทางอาหารต่ำ ฟางเป็นผลผลิตจากลำต้นแห้งของพืช เช่น ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ข้าวเจ้า ข้าวไรย์ ข้าวสาลี เป็นต้น คุณประโยชน์ของฟางข้าวได้มีผู้กล่าวไว้ว่า "ผู้ใดเผาฟาง ผู้นั้นกำลังเผาธนบัตรฉบับละ 100 บาท ฉบับละ 500 บาท จำนวนมากของตนเองทิ้ง"
ฟางข้าวประกอบไปด้วยแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และไนโตรเจน หากนำฟางไปคลุมดินจะทำให้พืชผักเจริญเติบโต แข็งแรง ทนต่อศัตรูพืช แต่มีข้อเสียคือระคายผิว

ฟางช่วยปรับโครงสร้างดินที่เป็นกรดหรือด่าง (ดินเป็นกรด Acid Soils หมายความว่าดินที่มีค่า ph ต่ำกว่า 7.0 ดินเป็นด่าง Alkaline Soils หมานถึงดินที่มีค่า ph สูงกว่า 7.0 ) หากไม่มีฟางปกคลุมดินเลย หน้าดินจะเสื่อมและสูญเสียอาหาร จากสายลม น้ำ และแสงแดด จนกลายเป็นดินด้าน แต่หากนำฟางไปคลุมจะเกิดหน้าดินอีกชั้นหนึง ช่วยคุมหญ้าและวัชพืช หากคุมพืชไว้นานโดยไม่ให้อากาศหรือแสงแดดส่องถึงพื้นจะกลายเป็นปุ๋ยหมักตามธรรมชาติอย่างดี "คล้ายรูปแบบต้นไม้ในป่าใหญ่ที่โคนต้นจะมีใบไม้ทับถมหลายชั้น จนเกิดเป็นปุ๋ยหมักตามธรรมชาติ" เกิดแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับพืชครบถ้วน และจุลินทรีย์ สัตว์ขนาดเล็ก เกิดเป็นวัฏจักรของสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อดิน เช่น คางคก แย้ จิ้งเหลน แมงมุม แมลงศัตรูพืชจะค่อยๆหายไป หากนำไปใช้ในแปลงพืชพัก พืชพักก็จะดูแลตัวเองโดยที่เราไม่ต้องประคบประหงมมากนัก แถมด้วยการเกิดเห็ดฟางให้เรากินอีกด้วย

ต้นถั่ว โครงสร้างของเปลือกถั่วและเนื้อในเมล็ดมีใยอาหารสูง

ขุยมะพร้าว คือ เปลือกมะพร้าวที่ปั่นเอาใยออก หรือปั่นให้ใยละเอียดเป็นขุยๆละเอียดประมาณเม็ดทราย แห้งสนิท มีคุณสมบัติเบา อุ้มน้ำได้ดี เก็บความชื้นไว้ได้นาน

หญ้าแห้ง ควรตัดหย้าที่แก่เต็มที่ เพราะมีใยอาหารสูงและลิกนินในพืช น้ำระเหยออกจากต้นได้ช้า

แกลบRice Husk คือผลผลิตจากการสีข้าวในโรงสีจากการผลิตข้าวสาร แกลบเป็นแปลือกของข้าวสาร ข้าวสารมีเมล็ดรูปทรงรี สีเหลืองอมน้ำตาลหรือเหลืองนวล แกลบข้าวยังเป็นเชื้อเพลิงหรือเป็นวัสดุก่อสร้างได้อีกด้วยซึ่งเป็นส่วนผสมในการทำอิฐ ด้านการเกษตรใช้ผสมเพื่อปรับสภาพดิน ทำปุ๋ยหมักใช้กันความชื้นในคอกสัตว์ อีกทั้งเป็นส่วนผสมในการผลิตซีเมนต์ ส่วนในด้านพลังงานใช้เป็นเชื้อเพลิง เช่น ใช้ทำแท่งถ่านอัดขี้เถ้าแกลบ เพื่อเป็นเชื้อเพลิง เผาเป็นขี้เถ้าขาวจนสภาพเป็นด่าง ใช้เป็นส่วนผสมของสบู่ ยาสระผม และน้ำยาล้างจาน ดูดซับก๊าซจากกระบวนการผลิตทางด้านอุตสาหกรรม

ข้าวไรย์ Rye หนึ่งในพืชตระกูลข้าวสาลี ลักษณะคล้ายคลึงกันกับข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์มาก แปรรูปทำเป็นแป้ง ขนมปัง วิสกี้และเบียร์


ลดการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร

ฟางข้าว ตอซังข้าว อุดมไปด้วยแร่ธาตุ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และไนโตรเจน เมื่อเกษตรกรเผาทำลายเศษพืชในแต่ละครั้งของฤดูกาลเก็บเกี่ยว แร่ธาตุดังกล่าวลดลงจนไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช หากเผาทำลายบ่อยครั้งหรือทุกครั้งหลังการเก็บเกี่ยวดินเริ่มด้าน แข็ง เกาะกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ ไม่ร่วนซุย แม้กระทั่งปล่อยน้ำเข้านาแล้ว หากลองเหยียบดูดินยังคงแข็ง เหยียบไม่จมเท้า ปัญหาที่สำคัญอีกประหนึ่งคือ ระบบรากของต้นพืชอ่อนแอ รากพืชจะดูดวับแร่ธาตุต่างๆได้ที่ปลายรากพืช เมื่อดินแข็งด้าน รากไม่สามารถชอนไชลงดินได้ เมื่อระบบรากอ่อนแอ ต้นข้าวไม่สมบูรณ์ รวงข้าวที่ได้เล็ก แต่ทำไมเกษตรกรยังคงเผา รวบรวมสาเหตุไว้ดังนี้
1. เผาตอซังข้าวทิ้งไป เพื่อปรับหน้าดินให้เสมอได้ง่ายขึ้นเพื่อพร้อมทำนาในครั้งต่อไป
2.เผาเพื่อช่วยให้การไถนาง่ายขึ้น ฟางจะได้ไม่ติดควานไถ

ปัญหาการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะแต่เกษตรกร แต่ปัญหาได้เกิดขึ้นกับประชาชนในเขตเมืองด้วย ดังตัวอย่างภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย อาทิ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง เชียงราย ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศเล็กกว่า 10 ไมครอน และสูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน โดยวัดค่าได้สูงสุด 175.96 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร วึ่งค่ามาตรฐานอยู่ที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ( สถานีตรวจวัดอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ) การแก้ปัญกาเฉพาะหน้าก็ทำได้เพียงการรดน้ำบนถนน ฉีดน้ำจากที่สูง แต่ปัญหาก็ไม่ได้คลี่คลายลงและเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

ลดการพังทลายของหน้าดิน
เพื่อลดการแพร่กระจายภาวะดินเค็ม  ดินเปรี้ยว อันนำไปสู่การสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน
วิธีแก้ไข
ปลูกหญ้าแฝก เพื่ลดการชะล้างหญ้าดินจากน้ำฝนไหลพัดพาหน้าดินออก ลดความรุนแรงและความเร็วของน้ำ รักษาความชุ่มชื้น ดักตะกอนน้ำและคุมวัชพืชไม่ให้เจริญเติบโตเต็มที่

เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน
ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด เป็นการให้ธาตุอาหารหลักแก่พืช ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุแก่พืช สร้างจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดินและพืช เป็นการปล่อยธาตุอาหารให้กับพืชแบบช้าๆ เพื่อลดการสูญเสียธาตุอาหาร

ธาตุอาหารของพืช

ธาตุอาหารของพืช
1. จากปุ๋ยเคมี เช่นปุ๋ยยูเรีย ละลายน้ำได้ง่าย พืชดูดนำไปใช้ได้เร็ว เนื่องจากธาตุอาหารอยู่ในรูปไอออน รากพืชดูดนำไปใช้ได้เลย
2. จากปุ๋ยอินทรีย์ หากเป็นโพแทสเซียมในรูปไอออนพืชดูดนำไปใช้ได้ง่าย ส่วนรูปสารอื่นๆของอินทรีย์มีโมเลกุลใหญ่พืชดูดนำไปใช้ไม่ได้ แต่สารอินทรีย์เหล่านั้นจะถูกจุลินทรีย์แปรสภาพให้โมเลกุลเล็กลง ต่อจากนั้นโมเลกุลขนาดเล็กจะแปรสภาพเป็นอนินทรีย์ที่ละลายน้ำและแตกตัวเป็นไอออนได้ ปลดปล่อยอาหารที่จำเป็นให้แก่พืช รากพืชจะดูดไปใช้ได้โดยกระบวนการเป็นไปอย่างช้าๆ

ธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจน นำไปสร้าง DNA และโครงสร้างส่วนแข็งที่มีลิกนิน สร้างกรดอะมิโน ซึ่งมีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบซึ่งอยู่ในหมู่อะมิโน

การให้ธาตุ N มากเกินไปจะทำให้ต้นยาวสูงเร็ว แต่ลำต้นไม่แข็งแรง ควรเพิ่มฟอสฟอรัสเพื่อให้ระบบรากแข็งแรง ขยายต้นออกด้านข้าง  ส่วนธาตุโพแทสเซียม จะเป็นการช่วยส่งเสริมให้พืชดูดธาตุไนโตรเจน N ได้มาก ยิ่งทำให้ต้นสูงขึ้นอีก


                      ฟอสฟอรัส
                      โพแทสเซียม
ธาตุอาหารรอง   กำมะถัน
                      แคลเซียม
                      แมกนีเซียม
จุลธาตุ             แมงกานีส
                      ทองแดง
                      โบรอน
                      โมลิบดินัม
                      เหล็ก
                      สังกะสี

ปุ๋ยเคมี

ปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาในประเทศไทย พ.ศ. 2503 จากโครงการ "ปฏิวัติเขียว" เพื่แก้ปัญหาความมั่นคงทางด้านอาหารของประชากรโลก เกษตกรของไทยใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมี และยาฆ่าหญ้ากันทั้งประเทศ ตลอด 40-50 ปีที่ผ่านมา ก็ให้เกิดผลเสียดินเพาะปลูกเสื่อมสภาพ ดินเป็นกรด ดินแน่น แข็ง เมื่อดินแข็งรากพืชไม่สามารถแทรกลงไปในเนื้อดินได้ดี

ความเป็นกรดของดินทำให้เกิดการละลายของธาตุอลูมิเนียมออกมาหรือพูดอีกแบบก็คือธาตุอลูมิเนียมเป็นพิษในดิน แล้วดูดซึมเข้าทางรากพืช ทำให้พืชไม่แข็งแรงกลายเป็นโรคง่าย วิธีการแก้ก็คือ ใส่ปูนหรือแคลเซียมคาร์บอเนต(CaCO3) จึงเพิ่มค่า ph เป็น 6.0 หรือ 6.5 และลดพิษของอลูมิเนียมในดินได้

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

การปลูกมะนาว


ข้อมูลกายภาพ
มะนาวและมะกรูดจัดเป็นพืชในตระกูลส้ม มะนาวเป็นเครื่องเทศเครื่องเคียงอาหารไทยหลากหลายเมนู มีผลผลิตตลอดทั้งปี แต่จะมีราคาแพงและขาดตลาดในฤดูแล้งเป็นประจำทุกปี การรู้เทคนิคในการทำมะนาวนอกฤดูได้ จึงขายมะนาวได้ราคาแพงขึ้น กำไรของผู้ผลิตมากขึ้น

มะนาว มีรสเปรี้ยว กลิ่นหอม ผลสีเขียวสุกจัดจะเป็นสีเหลือง เปลือกบาง ภายในมีเนื้อแบ่งกลีบ ชุ่มน้ำ นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรส นำมาใช้เป็นเครื่องดื่มผสมเกลือและน้ำตาลเป็นน้ำมะนาว หรือเพื่อแต่งรสในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางชนิด และยังมีคุณค่าทางโภชนาการและทางการแพทย์ด้วย เช่นช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด

มะนาวมีต้นทรงพุ่มเตี้ย สูงเต็มที่ 5 เมตร "แต่สูงมากไม่ดี เก็บยาก" ก้านมีหนามเล็กน้อย ใบยาวเรียวเล็กน้อยคล้ายใบส้ม ส่วนดอกสีขาวอมเหลือง ปกติมีดอกผลตลอดทั้งปี แต่ในช่วงหน้าหนาว แล้วมีผลน้อยและน้ำน้อย เก็บมะนาวไปขายต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 5 เดือนครึ่งนับแต่มะนาวออกดอก

มะนาวเป็นพืชที่มีรากแขนงแผ่ไกลไปตามผิวดิน ปลูกในพื้นที่ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดีเนื่องจากมะนาวไม่ชอบน้ำขัง มีอินทรียวัตถุมาก การให้น้ำและปุ๋ยมะนาวจะได้รับปุ๋ยเต็มที่ ต้นเจริญติบโต ใบมีสีเขียวและใหญ่ ผลมะนาวจะดกเต็มต้น

การปลูกมะนาวในปัจจุบันข้อควรคำนึงคือ การดูแล ควรเลือกสายพันธุ์ที่ทนต่อโรค การมีความรู้ความเข้าใจในการใช้สารเคมี การตลาดมะนาวในปัจจุบันว่าผู้บริโภคนิยมชมชอบมะนาวประเภทใด ร่วมทั้งผู้ประกอบต่างๆ ก็เป็นองค์ประกอบต่อการพิจารณาปลูกต่อสายพันธุ์นั้นๆ

พันธุ์มะนาว
-มะนาวตาฮิติ Tahiti Lime หรือ Seedless Lime เป็นมะนาวไม่มีเมล็ด มีผลขนาดใหญ่กว่าพันธุ์ทูลเกล้า มีทรงผลทั้งทรลกลมและทรงรี การติดผลสู้พันธุ์ทูลเกล้าไม่ได้
-มะนาวทูลเกล้า ลักษณะทรงผลยาว ไม่มีเมล็ด เปลือกบางกว่าตาฮิติเล็กน้อย ติดผลได้ดีกว่าตาฮิติ

-มะนาวด่านเกวียน เปลือกบาง เนื้อสีเหลืองคล้ายส้มเนื่องจากส้มและมะนาวผสมกัน น้ำกลิ่นไม่หอมแต่เปรี้ยว ผลดกมาก มะนาวด่านเกวียนเป็นส้มที่กลายพันธุ์ภาษาอังกฤษเรียกว่า แลงเพอร์ไลม์

-มะนาวพันธุ์พื้นเมืองไทย เปลือกแข็ง แก่จัดผิวเป็นสีเหลือง ลูกดกออกลูกเป็นพวง น้ำเยอะ ทนโรค แต่กลิ่นไม่หอมเหมือนมะนาวแป้น

-มะนาวแป้นพิจิตร 1 เป็นลูกผสมของมะนาวแป้นกับมะนาวน้ำหอม มักไม่เป็นโีรคแคงเกอร์ ใบใหญ่หนา เปลือกหนา โตเร็ว มีหนาม ลูกใหญ่ กลิ่นหอม

-มะนาวแป้น เป็นที่นิยมของตลาด เปลือกบาง น้ำเยอะ แต่มักได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้สารฆ่าแมลงเยอะ

การขยายพันธุ์
-การตอนกิ่ง จะใช้ระบบรากของตัวมันเองในการเจริญเติบโต หาอาหาร
-มะนาวบนตอมะขวิด (เสียบยอด) ใช้ระบบรากของต่อมะขวิดในการหาอาหาร การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีนี้นำมาใช้แก้ปัญหาดินไม่มีความสมบูรณ์ ใช้ความยาวของกิ่งมะนาว 6 นิ้ว 4-6 ใบคู่ ท่อน้ำท่ออาหาร เนื้อไม้และเปลือกต่อกันสนิทจึงจะต่อติด จากความเห็นของผู้ทดลองปลูก กล่าวว่า ระบบรากแก้วของมะขวิดจะให้พืชหากินได้เก่ง ทนทานต่อโรค แต่อีกฝากของความคิดเห็นกล่าวว่า พืชจะเจริญเติบโตได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้นหลังจากนั้นจะโตคงที่


การเตรียมดิน
ขุดหลุมกว้าง 1 เมตร ลึก 1 หน้าจอบเป็นวงกลม แล้วเอาดินหน้าจอบแรกขึ้นมาไว้ข้างๆ นำปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักสัก 1 ถังถ้าเป็นดินเหนียวใส่ทรายยาบลงไปด้วยเพราะมะนาวชอบดินร่วนปนทราย (ทรายยาบเท่านั้น ทรายละเอียดไม่ได้) พรวนดินลงไปอีกหนึ่งหน้าจอบรวมเป็น 2 หน้าจอบ คุกปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักใส่ลงไป แล้วเอาปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักมาผสมกับดินที่กองไว้ข้างๆตอนหน้าจอบแรก แล้วใส่กลบลงไปในดิน ดินที่ได้เป็นรูปหลังเต่าหรือเป็นรูปกระทะคว่ำเพื่อไม่ให้นำขัง ใส่ปูนขาวผสมลงไปนิดหน่อย เอาฟางข้าวปิดแล้วรดน้ำทุก 5 วัน ทิ้งไว้ครึ่งเดือนแล้วจึงนำน้ำมันมาปลูก

ขั้นตอนการนำมะนาวลงดิน
มะนาวที่ปลูกจะเลือกมะนาวตอนกิ่งหรือมะนาวปักชำก็ได้ซึ่งเพาะใส่ถุงดำไว้ แช่ลงไปในน้ำทิ้งไว้ให้นุ่มๆ เวลาแกะถุงดำออกจะแกะง่าย

เมื่อแกะถุงดำออกเราจะพบว่ารากมะนาวขดลงมาเป็นก้อนๆ หากปลูกลงไปในลักษณะอย่างนั้นรากมะนาวจะดิ่งลงลึก รากมะนาวจะกินอาหารที่ปลายราก เมื่อรากมันดิ่งลงลึก เกษตรกรใส่ปุ๋ยลงบนผิวดิน รากมะนาวจึงไม่ได้อาหาร อายุมะนาวสั้นและเน่าตายไป

นำไปล้างน้ำอีกครั้ง แกะดินออกให้หมด จะพบระบรากทั้งหมดของต้นมะนาว นำต้นมะนาวลงไปในดิน แยกราก จัดรากไปทั่วทุกทิศทาง เอาดินกลบ กดดินให้แน่นเพื่อรากจะได้ดูดอาหารให้เร็ว เหตุผลที่ต้องจัดรากไปทุกทิศทางเพราะว่ามะนาวเป็นพืชรากตื้น รากดูดอาหารทางผิวดิน เวลาให้ปุ๋ยรากจะได้รับอาหารเต็มที่

นำไม้มาปักกันต้นมะนาวโยก เอาฟางหรือหญ้าคุมเพื่อรักษาความชื้น เพราะถ้าไม่สามารถรักษาความชื้นไว้ที่หน้าดินพอ แดดส่องหน้าดินเกิดความร้อน เมื่อรากได้รับความร้อนรากมะนาวจึงพยายามลงลึกไปในชั้นดินเพื่อหนึความร้อน ฉะนั้นเกษตรควรนำฟางหรือหญ้าคุมไว้เพื่อรักษาความชื้นให้กับรากมะนาว

เราก็จะได้มะนาวที่ปลูกพื้นที่ความกว้าง 1 เมตร อีก 2 เดือนต่อมารากบริเวณที่ปลูกจะเต็มพื้นที่หมดแล้ว เราจึงต้องเตรียมดินเพื่อรองรับการขยายตัวของราก

โรคแคงเกอร์ หรือโรคขี้กลาก
เป็นโรคประจำตัวของมะนาว มักระบาดหนักในช่วงที่มีความชื้นสูง(แคงเกอร์ชอบฤดูฝนมาก) เป็นแล้วรักษาไม่หาย เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย วิธีแก้คือตัดกิ่งที่เป็นโรคทิ้ง เด็ดใบทิ้ง(การตัดแต่งกิ่งเป็นส่วนสำคัญ จำเป็น) หากแคงเกอร์เป็นที่ลูก ลูกจะแตก แล้วนำสารประกอบทองแดงฉีดทางใบรักษาไม่ให้เชื้อแคงเกอร์ระบาด หรือในธรรมชาตินำขี้หมูมาใส่อยู่เป็นประจำ จะระงับการระบาดของแคงเกอร์ได้เพราะขี้หมูมีสารทองแดงอยู่ ส่วนยาที่จะสามารถฆ่าแคงเกอร์ได้คือ สเตรปโตมัยซิน เป็นยาปฎิชีวนะแต่จะฆ่าได้ต่อเมื่อตัดเอาแผลที่เป็นออกก่อน หรือให้สารคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์

การทำลายของแคงเกอร์เข้าทำลายถึงเซลล์ การสร้างเซลล์ผิดปกติได้ง่าย หากนำตอนกิ่งหรือกิ่งพันธุ์ไปขยายพันธุ์จึงเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นได้

: โรคแคงเกอร์ มีวิธีกำจัดหลากหลายวิธีดังนี้
1. ปูนขาวผสมน้ำและฉีดพ่น
2. เสต๊ปโตมัยซิน
3. จุลินทรีย์ปราบโรค
4.เชื้อราไคโตรเดอม่า โดยผสมกับน้ำฉีดพ่น และยังป้องกันโรครากเน่าได้อย่างดี
(สายพันธุ์มะนาวมีผลต่อการติดโรคแคงเกอร์ได้เช่นกัน มะนาวแป้นพวง แป้นรำไพ เป็นพันธุ์ไม่ต้านทานต่อโรคแคงเกอร์ การเลือกปลูกพันธุ์ตาฮิติ พิจิตร1 เพื่อเน้นการป้องกันโรคก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน
5. ฉีดพ่นสารประกอบคอปเปอร์
 โรคแคงเกอร์ ลักษณะจุดด่างดำ แข็ง

โรค
หนอนม้วนใบ

-สแคป เกิดจากเชื้อรา มีอาการคล้ายแคงเกอร์เป็นจุดเล็กน้อย หากติดเชื้อแล้วมีอาการจะไม่หาย เกิดในช่วงฝนตกชุก และความชื้นสูง ถ่ายเทอากาศได้ไม่ดี กิ่งมะนาวด้านบนบังทรงพุ่มด้านล่าง ทำให้กิ่งมะนาวด้านล่างติดเชื้อราบ่อย แก้ไขโดยการตัดกิ่งมะนาวในพุ่มตรงกลางโดนแดด หรือใช้คอปเปอร์พ่นเป็นระยะในช่วงที่มีฝนตกบ่อย

-หนอนชอนใบ ที่เกิดจากผีเสื้อกลางคืน กัดกินเนื้อเยื่อภายใน

-หนอนแก้ว

-หนอนผีเสื้อกินใบมะนาว

เทคนิคการทำให้มะนาวดกในฤดูแล้ง
มะนาวจะมีราคาแพงเดือนเมษายน ราคาถึงลูกละ 7 บาท แต่ผลผลิตในช่วงนั้นตกต่ำ  มะนาวใช้เวลา 5 เดือนครึ่งนับแต่ออกดอกจึงเก็บขายได้  ฉะนั้นดอกมะนาวจะต้องออกเดือนพฤศจิกายนจึงจะเก็บมะนาวขายในเดือนเมษายนได้

เดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมเป็นช่วงฤดูหนาว ความชื้นในอากาศจะน้อย กระตุ้นการผลิตเอทิลีนหรือเรียกว่าสารแก่(ethylene) ไปกระตุ้นการพักตัวของพืช ใบไม้จะเหลืองและร่วง หากมะนาวออกดอกในช่วงนั้น ดอกก็จะไม่ค่อยติดลูก ดังนั้นจำต้องทำลายการพักตัวของพืชโดยให้สารจิบเบอเรลลินหรือสารหนุ่ม (Gibberellin) ไปทำลายการพักตัวของพืชโดยข่มฤทธิ์ของ ABA ซึ่งทำให้เกิดระยะพักตัว เมื่อใส่สารจิบเบอเรลลินทำให้พืชอยู่ในสภาวะอ่อนวัยและพร้อมที่จะสืบพันธุ์ได้ กระตุ้นการออกดอก กระตุ้นการติดผล มะนาวที่ได้รับสารจิบเบอเรลลินจะติดผลลูกดก ปัญหาที่พบกับยังไม่หมดอยู่แค่นั้นเมื่อเข้าสู่เดือนมกราคมสภาพอากาศแปรปรวน 1 เดือนมีถึงสภาพอากาศทั้งหนาวจัด ร้อนมาก และฝนหลงฤดู ทำให้ดอกมะนาวที่เพิ่งออกดอกกับร่วง ผลผลิตตกต่ำอีก

การออกดอกของมะนาว เป็นผลจากการที่พืชเกิดภาวะเครียด อันเกิดจากพืชเกิดบาดแผล(ใบร่วง) ทำให้ระบบการBalance ธาตุอาหารในพืชไม่สมดุลกันเป็นผลให้พืชออกดอก วิธีการให้ใบร่วงเด็ดออกบ้าง หรือเอาปุ๋ยยูเรียผสมน้ำแล้วฉีดพ่นไปทางใบ ใบจะร่วงออกทั้งหมดเมื่อแตกยอดให้ ดอกจะออกมาพร้อมกัน

ยามที่ดอกมะนาวออกแล้ว ไม่ต้องพ่นสารเคมี ควรให้น้ำตามปกติ ใส่ปุ๋ยสูตรเร่งขยายผล และธาตุอาหารเสริม พ่นฮอโมนเพื่อป้องกันการหลุดร่วง
สาเหตุลูกมะนาวร่วงเกิดจากหลายปัจจัย เช่น อาหารภายในต้นไม่เพียงพอ ขั้วมะนาวหลุดร่วง หรือเกิดจากเชื้อราเข้าขั้วโดยปรากฎที่ขั้วเป็นสีเหลือง  ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ท้องฟ้าปิดเป็นเวลานาน ดินชุ่มเกินไปทำให้รากขาดอากาศและไม่สร้างอาหาร


การเก็บผลมะนาว
คัดเลือกลูก ผิวตึงวาวเป็นมัน เปลือกบางใส สัมผัสแล้วนิ่มมือ รูขุมจะเล็ก และมีแต้มสีเหลือง ผลมีขนาดเต็มที่แล้ว ตูดของลูกออกแป้นๆแบนๆค่อนข้างเรียบ


ผลิตภัณฑ์และการแปรรูป
-น้ำยาล้างจานมะนาว
-มะนาวดอง

การนำไปใช้
-มะนาวทั้งเปลือกใช้ตำส้มอร่อยแซ่บหลาย