ได้เก็บมะพร้าวแก่และเพาะไว้ตั้งแต่ช่วงมกราคมต้นปี2569 วางไว้ที่พื้นเฉยๆคิดแบบคนประมาทเขาจะงอกโดยง่าย แต่เรื่องจริงหรือพวกเขาไม่งอก 100 % การเขียนเรื่องนี้ไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรกับผู้อ่านมากนักนอกจากความผิดพลาดของเราเองจะเป็นประโยชน์กับผู้อื่น
เพราะอะไรถึงไม่งอก
ผมรู้เหตุผลภายหลังสาเหตุที่ไม่งอกเพราะลูกมะพร้าวแห้งจัดหรือเคยตากแดดไว้นาน นึกย้อนตอนเก็บมาจากต้นนั้นต้นมะพร้าวแม่ค่อนข้างสูงมากเก็บด้วยมือเปล่าไม่ได้ ผมรอให้ลูกมะพร้าวร่วงหล่นลงพื้นด้วยตัวเอง แล้วช่วงนั้นแดดร้อนจัดเดือนมีนาคม ทำให้มะพร้าวศูนย์เสียความสามารถในการงอกไป
สไตส์งานเขียนผมต้องวิเคราะห์ทางวิทยาศาตร์เรื่องนี้มีเหตุผลคือ มะพร้าวเป็นเมล็ดแบบ Recalcittrant seed (เมล็ดไม่ทนต่อการแห้ง) ไม่ทนต่อการศูนย์เสียน้ำ หากเราปล่อยมะพร้าวแก่ตากแดดไว้เป็นเวลานานแม้จะคาอยู่ที่ต้นมะพร้าวก็ตาม เพราะท่อน้ำเลี้ยงแห้งเป็นสีน้ำตาลเข้มแล้ว เกิดผลสำคัญดังนี้
ตัวอ่อน (embryo)ของมะพร้าวเป็นเนื้อเยื่อมีชีวิต ลูกมะพร้าวเมื่อถูกความร้อนจากแดดเป็นเวลานานความชื้นภายในเมล็ดลดลง เมื่อศูนย์เสียน้ำมากเกินไป เยื่อหุ้มเซลล์และระบบเมแทบอลิซึมเสียหาย ทำให้ความสามารถในการงอกลดลงหรือหมดไป
เปลือกมะพร้าวบริเวณผิวชั้นนอก หรือเรียกว่า กาบหรือเปลือกมะพร้าว เป็นเซลล์แบบเส้นใย เมื่อเซลล์โตเต็มที่ทำหน้าที่เหมือนฉนวนและเกราะป้องกัน เกิด ลิกนินสะสม ทำให้เหนียวและแข็ง แต่หน้าที่นี้ไม่ได้ช่วยลดการสูญเสียน้ำและป้องกันตัวอ่อนได้ทั้งหมด เมื่อตากแดดและแห้งเป็นเวลานาน น้ำภายในผลทั้งเปลือกและกะลาค่อยๆสูญเสียได้ เนื้อเยื่อมีชีวิตด้านในจึงได้รับผลกระทบและตายในที่สุด
น้ำมะพร้าวภายในหากทดลองเขย่าแรงๆน้ำมะพร้าวยังมีอยู่ หมายความว่าอาหารสะสมยังมีอยู่ แต่ตัวอ่อนตายแล้ว หากเปรียบกับการเพาะมะพร้าวของภาพด้านบนนั้นหมายความว่าต้นอ่อนหรือเนื้อเยื่อได้ตายตั้งแต่อยู่บนต้นมะพร้าวแล้ว
ภาพนี้ได้ลูกมะพร้าวมาเดือนพฤษภาคม โดยได้ลูกมะพร้าวที่แห้งคาต้นมะพร้าวเหมือนกับภาพแรก แต่ต้นนี้สามารถงอกได้ดี นั้นหมายความว่าเนื้อเยื่อภายในยังมีชีวิตอยู่ แสดงว่าไม่ได้ศูนย์เสียความสามารถในการงอกไปทั้งหมด
ผมจะนำต้นนี้ไปแยกปลูก มาทดลองกันว่าจะเจริญเติบโตได้ต่อไปหรือไม่


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น