ปีนี้เป็นปีที่ 2 ของการปลูก หลังจากถอนมันสำปะหลังเสร็จสิ้น ทันทีจึงทำการลงปุ๋ยขี้ไก่แกลบ ประเภทอินทรียวัตถุประเภทหนึ่ง
และปีนี้ผมเช่าที่ดินไร่เพื่อปลูกมันสำปะหลังครับ 13 ไร่ เป็นเงิน 20,000 บาท ซึ่งมีต้นทุนเพิ่มเข้ามาอีก20 %จากจำนวนรายได้ที่เคยได้เมื่อปีที่แล้ว ถือว่ายังพอสู้ต่อได้ครับเพราะคิดว่าราคามันจะสูงแน่นอน(แต่ถึงเวลาถอนมันราคาตกต่ำไว้จะเล่าตอนท้ายครับ)
ได้ทำการตกลงซื้อจากผู้รับเหมาที่ทำการถอนมันสำปะหลัง โดยเถ้าแก่ติดต่อให้ ช่วงนั้นราคามันสำปะหลังราคา กิโลกรัมละ 3 บาท แป้ง 25% ราคาปุ๋ยขี้ไก่แกลบจึงสูงตามไปด้วยในช่วงเดือนเมษายน ถ้าสั่งซื้อช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธุ์ ราคาจะอยู่ช่วง 12,000 บาท
จริงๆผมก็อยากได้ขี้ไก่ราคาถูกนะครับ แต่กว่าจะได้คิวถอนมันสำปะหลังได้นัดกับผู้รับเหมาไว้คิวไปจนถึงเดือนเมษายน พอถึงช่วงนั้นราคาขี้ไก่แกลบสูวถึง 17,500 บาท / รถสิบล้อ
คุณภาพขี้ไก่ที่สั่งเป็นระดับเกรดเอนะครับ มีขี้ไก่มากกว่าแกลบ ต้องค่อนข้างแห้ง ร่วน ไม่จับเป็นก้อนใหญ่จนเกินไป และไม่มีเศษวัสดุชิ้นใหญ่ผสมติดมา
สั่งขี้ไก่เรียบร้อยกองไว้บนไร่ที่เราต้องการจะปลูก ขั้นตอนต่อไปคือหาคนรับจ้างหว่านขี้ไก่แกลบเป็นเครื่องหว่านโดยเฉพาะ โดยคิดเป็นรถ ขี้ไก่ 1 รถสิบล้อ ค่าหว่าน 1500 บาท ถ้าขี้ไก่ 2 รถลิบล้อค่าหว่านก็ 3000 บาทครับ ผมใช้เพียง 1 รถสิบล้อ ราคาหว่าน 1500 บาท ทั้งหมด 13 ไร่ครับ
หว่านขี้ไก่เสร็จเรียบร้อยผมก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนไถ่ไร่ครั้งที่ 1 ไถ่เพื่อกลบและพลิกหน้าดินพร้อมกับขี้ไก่ไปในตัว แล้วหลังจากนี้รอฝนตกครับ
รายจ่ายช่วงนี้ก็จะเป็น ค่าไถ่ไร่ครั้งแรก 700 บาท
น้ำมันดีเซลที่ใช้ในการไถ่ไร่ อีก 1000 บาท
เมื่อฝนมาแล้วผมก็ยังปลูกไม่ได้เพราะหาแรงงานปลูกไม่ได้ต้องต่อคิวไร่อื่นๆคิวยาวกว่าจะได้คิวปลูกคือวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ดังนั้นผมจึงต้องเตรียมจ้างไถ่แปรปลูก (ไถครั้งที่สอง) และเนื่องจากปีนี้ผมรองพื้นไร่ด้วยขี้ไก้แกลบไปแล้วจึงไม่หว่านปุ๋ยเคมีรองพื้นไปอีกเพื่อประหยัดต้นทุน
เป็นการปลูกที่ช้ากว่าปีที่แล้วไป 2 สัปดาห์แต่ก็ไม่ช้าจนเกินไป เมื่อครบ 15 วัน ได้ลองขุดสำรวจรากมันสำปะหลังทิศทางเกิดขึ้นโดยรอบ รากที่ยาวบางรากจะแข็งและหนา อันนี้น่าจะพัฒนาเป็นหัวสะสมอาหาร ส่วนรากเส้นเล็กๆเป็นรากฝอย/รากดูดอาหาร สีขาว แตกออกจากบริเวณข้อและโคนท่อนพันธุ์ทำหน้าที่ดูดน้ำและธาตุอาหาร
ช่วงนี้จึงเป็นช่งสำคัญต่อการตั้งตัวของระบบราก หากดินร่วน ระบายน้ำดี มีความชื้นพอเหมาะ รากจะเดินออกไปรอบๆโคนได้ดี
ตามคลิปนี้
หลังจากนั้น 1 เดือนกลับมาตรวจแปลงอีกที ต้นมันงอกเจริญเติบโตดีเกือบ 90% แล้วก็เตรียมตัวหาคนงานฉีดยากำจัดวัชพืชเป็นการฉีดแบบเผาไหม้ครับ
ที่ปีนี้งอกเกือบ 90 %เนื่องจากว่าฝนตกตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาหลังปลูก ฝนตกทุกสัปดาห์มันเจริญเติบโตได้ดีกำลังก่อพุ่มสวยและแตกยอด
คลิปนี้เป็นช่วง 45 วันครับเป็นช่วงสร้างรากสะสมอาหาร รากเดิมเริ่มขยายเส้นผ่านศูนย์กลางและพัฒนาไปเป็นหัวมัน ส่วนรากฝอยยังทำหน้าที่ดูดน้ำและธาตุอาหาร ผมลองถอนดูราก มีรากแตกหลายทิศทาง ทั้งรากฝอย รากหัวมันอวบและป่องขึ้นเป็นรากสะสมอาหารระยะแรก
ลำต้นตั้งแข็งตรงดี ใบเริ่มมีจำนวนมาก ใบไหนสมบูรณ์กางเต็มที่มีแฉกแบบฝ่ามือ 5-9 แฉก ก้านยื่นออกจากลำต้น ทำให้ทรงพุ่มแผ่ออกและรับแสงได้มากขึ้น
แต่ก็มีบ้างนะพบต้นเตี้ย ใบเล็ก เหลือง ยอดไม่เดิน หรือใบหงิกผิดรูป
จนถึงเดือนกันยายนผมกลับไปถ่ายรูปอีกครั้งต้นมันก็สวยงามดีนะครับ ไม่มีโรคอะไร ทั้งที่ช่วงเดือนสิงหาคม ฝนไม่ตกทั้งเดือนเลยครับ
อันนี้เป็นช่วงเดือนกันยายนครับซึ่งฝนไม่ตกเกือบ 2 เดือน จึงเกิดโรคแมลง กินต้นมันสำปะหลัง เช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง อากาศช่วงนี้จะร้อนและแห้งจึงเป็นจุดก่อโรคชั้นดีและผมเพิ่งประสบเจอครั้งแรก และสร้างความเสียหายอย่างหนัก แมลงพวกนี้ตัวเล็กมักอยู่หลังใบหรือตรงยอดอ่อนหรือใบอ่อนแล้วดูดกินน้ำเลี้ยง อาการที่สังเกตตามคลิปคือใบอ่อนหงิก บิดเบี้ยว มีรอยสีเงินหรือสีน้ำตาล ยอดชะงัก
ถ้าเป็นพวกไรแดง มันมักจะอยู่ใต้ใบ ต้องลองพลิกใบดูจะเห็นจุดเล็กๆเคลื่อนไหว บางครั้งมีใยละเอียด อาการบนใบมักเริ่มเป็นจุดเหลืองเล็กๆกระจายทั่วไป ใบเหลืองสีบรอนซ์ น้ำตาล แห้งและใบร่วงเมื่อระบาดหนัก
การแก้ปัญหาในจุดนี้ผมไม่ได้ฉีดสารเคมีฆ่าแมลงเหล่านี้เลย เพียงแต่รอให้ฝนตกแล้วก็ฉีดปุ๋ยเกร็ดไปหน่อยเพื่อช่วยกระตุ้นให้พืชแข็งแรงขึ้น
ตามคลิปนี้ก็ฉีดปุ๋ยเกร็ดช่วยหลังฝนตก ฉีดไม่ปล่อยนักตามเวลาว่างจากงาน
หลังจากฉีดแล้วผมประเมินผลว่าโรคหายจากอะไร ข้อแรก จากฝนตก หรือข้อสองการฉีดปุ๋ยเกร็ด ผมให้น้ำหนักไปกับการฝนตกมากกว่าเพราะลำต้นได้น้ำชะล้างมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น แต่ต้นเหล่านี้ตัวมันน้อยมากและไม่ควรตัดทำท่อนพันธุ์ต่อไปครับ
หลังจากนี้ไม่นานผมก็ฉีดปุ๋ยเกร็ดเพื่อระเบิดหัวมันอายุมันสำปะหลัง 5 เดือนแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็การกำจัดวัชพืชซึ่งรอบนี้ผมฉีดสารดูดซึมเข้าไปด้วยเพราะต้องการคุมหญ้าให้ได้ไปจนถึงฤดูแล้งถอนมัน ก็จะเป็นตามคลิปด้านล่างครับ
ผลการเกิดโรคระบาดลดลง 5 ตันจากปีที่แล้ว ซ้ำไปกว่านั้นคือราคาตกต่ำ รายได้สุทธิ 120,000 บาท
รายการบัญชี ปี2567-2568
1. ขี้ไก่แกลบเกรดดี 1 รถ สิบล้อ ราคา 17500 บาท
2. ค่าเช่าที่ 13 ไร่ 20,000 บาท
3. ค่าหว่านหรือรายขี้ไก่แกลบ 1500 บาท
4. น้ำมันดีเซล 1000 บาท + ค่าไถ่ไร่ครั้งแรก 700 + ค่าย้ายพันธุ์มัน 300 บาท
5. น้ำมันไถแปรปลูก 1000 บาท + ค่าไถแปร 700 บาท
6. ค่าปลูกมันสำปะหลัง5200 + น้ำมันค่าเดินทาง 1000 รวม 6200 บาท
7. ยาฆ่าหญ้า 3 แกลลอนเฮอร์ต้า-เอ็ก ตราปีศาจ ราคา 1500 บาท
8. ค่าแรงงานฉีดยา 4 คน คนละ 400 1600 + ค่าน้ำมันเดินทาง 300 รวม 1900 บาท
9. ค่าปุ๋ย46-0-0 + 20-0-20 + 15-15-15 รวม 3000 บาท
10. ปุ๋ยน้ำ 20-3-3 + ผงดำล้นไร่ + จีฟอสจับใบ + 0-0-50 รวม 1220
11. ค่ายาไกลโฟเซต 2 แกลลอน 1100 บาท
12. ค่าตัดพันธุ์มันสำปะหลัง 2400 บาท
13.ค่ารับเหมาถอนมัน 20000 บาท
รวม 80,020 บาท รายได้ถอนมัน 120,000 รายได้สุทธิ 40,000 บาท








