หลายอย่างถ้าพูดในคลิปจะไม่น่าสนใจเลยกับประสบการณ์ที่ผ่าน ผมจึงตัดสินใจเขียนบทความย้อนหลัง ปี 2566 เป็นปีแรกของการเริ่มปลูกมันสำปะหลัง เป็นความท้าทายวัยรุ่นแบบใหม่ที่ไม่เคยทำในชีวิต
ผมบันทึกรายการค่าใช้จ่าย-การลงทุน ไว้จึงสมารถถ่ายทอดประสบการณ์พอจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านได้บ้างในฐานะมือสมัครเล่นคนนึง
ปีแรกเริ่มต้นเดือนเมษายน 2566 ปลูกครั้งแรกนั้นลงทุนไม่มากนัก มีเพียงพันธุ์มันสำปะหลังที่ต้องซื้อเพิ่มเติมให้พอจำนวนทั้งหมด 13 ไร่ การลองพื้นปุ๋ยจำนวนเล็กน้อยเหตุเพราะว่าผู้ที่ทำไร่ก่อนหน้านี้ลงปุ๋ยคอกหมู ไก่ ไว้เยอะเมื่อเขาเลิกทำผมจึงได้มาทำไร่ต่อจึงไม่ต้องลงทุนปุ๋ยอินทรีมากนัก ธาตุอาหารอินทรียวัตถุยังมีพอสมควร จึงใช้ปุ๋ยรองก่อนปลูกเพื่อปรับสภาพดินเสื่อมโทรม กระตุ้นให้รากเดินไวและดกขึ้นโดยไม่ต้องแช่ทอนพันธุ์ ผมเลือกใช้ยี่ห้อ ทอชหรือเต่าบินหรือเต่าเทอโบ ตามแต่ว่าหาซื้อสะดวก ซื้อปุ๋ยรองพื้นเก็ยไว้ประมาณ 7 กระสอบ ในช่วงเดือนเมษายนนี้เป็นช่วงของการเตรียมดิน เริ่มจากการไถครั้งแรกเพื่อพลิกหน้าดิน กลบหญ้าและเศษพืช ไถดินทิ้งไว้รอให้ฝนตก เมื่อฝนตกลงมาหนักๆครั้งแรกขนาดถึงว่าดินชุ่มมากๆ รอให้น้ำระเหยสัก 1-2 วันหรือมากกว่า เพื่อไปสู่การไถครั้งที่สองหรือเรียกว่าไถแปรปลูก ในวันไถแปรนั้น ผมจะจ้างคนงานไปพร้อมกันสำหรับหว่านปุ๋ยรองพื้น ตรงนี้ดินก้อนใหญ่จะเล็กลง ทำให้ดินร่วนและพื้นที่สม่ำเสมอ โดยผมเลือกที่จะไม่ยกร่องมันปลูก
เช่นว่าผมปลูกวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ผมจะไถแปรปลูกในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 โดยจ้างคนงานทั้งไปไถ่ไร่กับจ้างคนงานไปหว่านปุ๋ยรองพื้น
ตรงนี้เป็นเรื่องที่ยากที่สุดเลยก็ว่าได้คือต้องหาคนงานไถไร่ คนงานหว่านปุ๋ยรองพื้น และคนงานปลูกมันจะต้องนัดเวลากันไว้ให้ดี คือผมต้องการให้ไถแปรแล้วปลูกเลย
ผมปลูกมันวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 หลังจากวันที่ปลูกแล้ว ฝนก็ทิ้งช่วงไปยาวนานมากไม่ตกไปเกือบ 3 สัปดาห์ ผมกลับไปตรวจแปลงอีกทีวันที่ 2 มิถุนายน 2566 ซึ่งฝนได้ตกลงมาประมาณปลายเดือนพฤษภาคม 2566 ผลที่ได้คือมันตายไปเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของการปลูกมันเลย เสียหายไปค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่กล้าไถ่ทิ้งเพื่อปลูกใหม่เพราะกลัวฝนทิ้งช่วงอีก
รอจนกระทั่ง 18 มิถุนายน 2566 มันสำปะหลังอายุได้ประมาณ 45 วัน ใบสำปะหลังก็ถือว่าอยู่ในช่วงสำคัญของการตั้งตัว และเริ่มสร้างระบบราก ท่อนพันธุ์แตกราก ยอดเริ่มพุ่ง ใบมันเกิดหลายชุด เริ่มสร้างลำต้น ผมปลูกพันธุ์ระยอง 81 ก็ถือว่าสร้างลำต้นและใบได้เร็ว หากเป็นสายพันธุ์อื่นจะสูงกว่านี้เช่นพันธุ์อิทธิ ห้วยบง
ไม่นานหลังจากนี้ผมหาคนไปฉีดยากำจัดวัชพืช ฉีดแบบเผาไหม้ จะไม่ฉีดดูดซึมในช่วงนี้เด็ดขาดเพราะยาแรงมากต้นไม้จะตายเอา ทั้งหมดจ้างแรงงานเสียดายผมทำบัญชีไว้ไม่ละเอียดในปีแรกจึงบอกกล่าวผู้อ่านไม่ได้ ยาที่ใช้ฉีดเป็นยี่ห้อ เฮอร์ต้า-เอ็ก ผสมจับใบ เพียงเท่านี้ก็สามารถคุมวัชพืชไปได้อีกหลายเดือน
อายุมันได้เกือบ 4 เดือน ผมฉีดปุ๋ยเกร็ดไปอีกครับ ตอนนั้นขยันมากก็เอาสูตรมาจากช่อง youtube อื่นๆ เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆครับ ช่วงนี้ลำต้นจะใหญ่มากใบด้านล่างจะเริ่มร่วงแล้วเป็นสัญญาณว่าแป้งมันเริ่มลงหัวแล้ว
มัน 5 เดือนแล้วผมก็ฉีดปุ๋ยเกร็ดลงหัวมันอีกครับ บอกเลยว่าปีแรกๆขยันจริง มันก็ท่วมหัวแล้ว สูตรลงหัวมันผมก็ได้มาจากyoutube จำช่องพี่เขาไม่ได้แล้ว แล้วหลังๆเขาก็ไม่ลงคลิปเลยครับ ก็เป็นบูม99 + ปุ๋ยเกร็ด 0- 0-60 โดยฉีดลงที่โค้นต้นเลยครับ ส่วนถังฉีดยาก็ซื้อจาก shoppee ราคาหลักร้อยครับไม่แพงมาก
ช่วงมันอายุ 4 เดือนขึ้นไปแล้วถึงจะเริ่มฉีดปุ๋ยสูตรลงหัว ผมเคยเจอบางช่องแนะนำให้ปุ๋ยลงหัวตั้งแต่ 3 เดือนแต่ผมไม่เชื่อถือในความคิดนั้นเพราะว่าลำต้นมันยังอ่อนอยู่เลยครับ เขาสามารถที่จะเจริญเติบโตเป็นลำต้นที่แข็งแรงได้อีก หากใส่ปุ๋ยลงหัวที่มันยังอายุน้อยๆ ผมว่าลำต้นจะชงักเป็นผลเสียมากกว่า
อันนี้คือมันสำปะหลัง 6 เดือนแล้ว หัวมันเกิดและขยายขนาดไปเยอะเลยครับ รากสะสมอาหารหลายรากอวบหนาและยาว กลายเป็นหัวที่เห็นชัดเจนรอบโคนต้น แต่ยังมีเวลาเพิ่มน้ำหนักและสะสมแป้งต่อไปอีกหลายเดือนครับ ผมโกยดินดูต่อต้นจะหลายหัว โกยหลายๆหลุมจำนวนและขนาดก็แตกต่างกันอยู่นะครับ อาจจะเป็นเพราะระยะการปลูก การรับแสงของพืชไม่เสมอกัน ในจะปุ๋ยที่ได้รับ แล้วปีแรกผมโชคดีมากๆที่ไม่เจอโรคใบด่าง โรคเพลี้ยแป้ง
หลังจากนี้ไม่นานผมก็ฉีดยาฆ่าหญ้าอีกครั้งหนึง โดยใช้สูตร เฮอร์ต้า-เอ็ก เผาไหม้ + ไกลโฟเสต ดูดซึม+ จับใบ ช่วงนี้มันสำปะหลังโตใหญ่แล้ว ลงดูดซึมได้เลยครับ แล้วหลังจากนี้จนถอนมันผมก็จะไม่ฉีดยาฆ่าหญ้าอะไรอีกแล้ว
จนมันสำปะหลังอายุ 9 เดือน ใบนั้นร่วงจนเกือบหมด เหลือเพียงยอดด้านบน ผลจากการฉีดหญ้าครั้งสุดท้ายประมาณเดือนที่ 6 ผ่านฤดูหนาวจนกระทั่งฤดูร้อนเดือนเมษายน จะเห็นว่าไม่มีวัชพืชตกค้างอยู่เลย การกำจัดหญ้าในครั้งที่2ได้นับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ หากทำไม่ดี ในเดือนที่9-10หญ้าจะรกมาก ก็จะยุ่งยากสำหรับการตัดแนวพันธุ์ต้นมันในครั้งต่อ คุณอาจจะหาคนงานยากหรืออาจต้องขึ้นเงินจูงใจแรงงานให้ตัดต้นให้
อันนี้ถอนแล้วครับประมาณเดือนเมษายน จำได้ว่าถอนทั้งหมด 13 ไร่ ได้ 67 ตัน ราคามัน 3 บาท เปอร์เซ็นแป้ง 25 % ได้เงินเกือบ 200,000 บาท แต่หักค่าถอนค่าแรงต่าง ก็เหลือประมาณ 180,000 บาท
ผมลงคลิปไว้นานแล้วแต่เพิ่งลงbloggerช่วงนี้เอง
ไว้จะมาเขียนอีกนะครับในปีต่อๆไปเป็นอย่างไร











