ไม้กลายเป็นหินก้อนนี้เป็นของสะสมของผมเองครับ ไม่รู้จะเขียนอะไรแต่ใจมันอยากเขียน นึกเห็นหินก้อนนี้ขึ้นมารู้สึกว่าเขามีค่าไม่น้อย
พบเจอครั้งแรกตอนเราเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้และพบบริเวณหน้าบ้าน วางอยู่บนแผ่นหินสีแดงขนาดใหญ่ ซึ่งจากสีเนื้อผิวและแนวชั้นที่ปรากฎ คาดว่าน่าจะเป็นหินทรายสีแดง
เหตุที่คิดว่าเป็นหินทราย คือผิวค่อนข้างเป็นเม็ดละเอียดและสม่ำเสมอ มีแนวชั้นหรือแนวแตกเป็นแผ่น สีแดง-น้ำตาลมักเกิดจากแร่เหล็กออกไซด์ รูปร่างผิวมนและกร่อนจากสภาพอากาศ แต่ผมไม่ขอยืนยัน 100%อาจเป็นทรายแป้งหรือหินตะกอนเนื้อละเอียดชนิดอื่นก็ได้
มาพูดถึงไม้กลายเป็นหินกันดีกว่า ( petrified wood ) เจ้าก้อนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นไม้อะไร ลักษณะก้อนยังคงมีแนวชั้นและพื้นผิวคล้ายเนื้อไม้อยู่ค่อนข้างชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณด้านข้าง
สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับไม้กลายเป็นหินก็คือ แม้รูปร่างและลวดลายบางส่วนจะยังทำให้เรานึกถึงต้นไม้แต่เนื้อเดิมของมันได้ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลายาวนาน แร่ธาตุที่มากับน้ำใต้ดินค่อยๆเข้าไปเกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อและช่องว่างภายในไม้ จนในที่สุดสิ่งที่หลงเหลืออยู่กลายเป็นหลักฐานทางธรณีวิทยาที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของสภาพแวดล้อมในอดีต
เมื่อผมยกก้อนนี้ขึ้นมาดูใกล้ๆ สิ่งที่ทำให้ผมสนใจมากที่สุดคือร่องรอยของเนื้อไม้ที่ยังมองเห็นได้มันทำให้เกิดคำถามตามมาหลายอย่าง - ไม้กลายเป็นหินต้องใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมลายไม้จึงยังคงอยู่? สีดำ สีน้ำตาล และแดงที่เห็นเกิดจากอะไร? และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าไม้กลายเป็นหินก้อนหนึ่งมีอายุเท่าใด
คำถามคือทำไมไม้ไม่ย่อยสลาย วิทยาศาตร์จะเป็นผู้ให้คำตอบ นั้นเป็นเพราะว่าการที่แร่ธาตุเข้าไปอุดช่องว่างและแทนที่เนื้อไม้เดิมอย่างช้าๆไม่ใช่การที่ไม้แข็งตัวเป็นหินทันที ถ้าให้เราต้องใช้จินตการก็คือต้นไม้ล้มและถูกฝังอย่างรวดเร็ว จากนั้นถูกตะกอน โคลน ทราย หรือเถ้าภูเขาไฟทับถม ทำให้อากาศและออกซิเจนเข้าไปได้น้อย (เพราะออกซิเจนเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาย่อยสลาย)
เมื่อออกซิเจนน้อยจุลินทรีย์และเชื้อราจึงย่อยสลายไม้ได้ไม่รวดเร็ว ไม้จึงยังคงรูป วงปี เสี้ยนไม้ และโครงสร้างของเซลล์ไว้ได้ในระยะหนึ่ง
ผมนึกถึงกระบวนการทำมัมมี่ที่เนื้อเดิมของร่างกายยังคงอยู่ โดยถูกทำให้แห้ง แช่แข็ง หรือใช้สารต่างๆยับยั้งการเน่าเปื่อย แต่ไม้กลายเป็นหินนั้น เนื้อไม้เดิมค่อยๆสลายไป แล้วแร่ธาตุจากน้ำใต้ดินเข้าไปเติมช่องว่างและแทนที่เนื้อไม้ จนองค์ประกอบส่วนใหญ่กลายเป็นหิน
"มัมมี่รักษาเนื้อเดิมเอาไว้ ส่วนไม้กลายเป็นหินรักษารูปร่างและโครงสร้างเดิมไว้ด้วยแร่ธาตุ"
ฟอสซิลไดโนเสาร์ดูจะใกล้เคียงไม้กลายเป็นหินมากกว่าด้วยกระบวนการที่คล้ายกันคือแร่ธาตุเข้าไปเติมรูพรุนภายในกระดูกจึงเกิดเป็นฟอสซิล
นอกจากมีคุณค่าทางธรณีวิทยาแล้ว ไม้กลายเป็นหินบางชิ้นยังถูกตัดและขัดเงาเพื่อทำเป็นเครื่องประดับ เนื่องจากเนื้อไม้เดิมถูกแทนที่ด้วยแร่ที่มีความแข็ง ทำให้ปรากฎสีสันและลวดลายตามธรรมชาติที่ไม่ซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม การนำมาแปรรูปควรคำนึงถึงแหล่งที่มาและคุณค่าทางวิทยาศาสตร์
ภาพประกอบที่สร้างโดย AI ครับ
ความแข็งแรงของหินกลายเป็นเครื่องประดับซึ่งผ่านการตัด เจียระไน และขัดเงา โดยยังคงปรากฎลวดลายของเนื้อไม้และสีจากแร่ธาตุ เหตุที่มีสีต่างกันเพราะเนื้อไม้ส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นแร่ซิลิกา เช่น ควอตซ์หรือแคลซิโดนี มีความแข็ง ทนทาน ขัดเงาสวยงาม แต่ละชิ้นมีลายไม่เหมือนกันคือลายเสี้ยน วงปี สีจากแร่ธาตุ เช่น เหล็กทำให้เกิดสีแดง-น้ำตาล แมงกานีส ทำให้เกิดสีดำ-ม่วง
หากพูดถึงเราคา-มูลค่าทางตลาด สินค้าที่มีราคาสูงคือ ลายไม้เดิมชัด สีสวยหายาก และไม่มีรอยแตกร้าวโดยเรียงคราวๆดังนี้
1. ไม้กลายเป็นโอปอล ชนิดที่มีประกายเหลือบสีเมื่อหมุนรับแสง หายากและราคาสูง
2. สีหายากเช่น สีฟ้า เขียว ม่วง หรือหลายสีในก้อนเดียว
3. ลายวงปีหรือหน้าตัดเซลล์ไม้ชัดเจน
4. ลายภาพธรรมชาติ คือ ลายคล้ายภูเขา แม่น้ำ ท้องฟ้า
5. ลายตัดกันหลายสีและจัดวางสมดุล


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น