จับผู้ร้ายได้แล้วมันคือหนอนผีเสื้อหางติ่งกินใบมะกรูดเกือบหมดต้น ปล่อยไว้ต้นเหลือแต่ก้านแน่นอนครับ จึงจำเป็นต้องกำจัดทิ้ง เป็นพืชที่ปลูกไว้เป็นสมุนไพรประจำบ้าน ต้นไม่โตเพราะถูกกินใบนี้แหละ
แต่โตไปเป็นผีเสื้อแล้วสวยมากนะครับผมลองค้นข้อมูลแล้ว สีดำ มีแต้มจุดสีดำ เหลือง หรือแดง ปีกแผ่กว้างโค้งเหว้าไปด้านข้าง เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของผีเสื้อชวนเป็นสิ่งล้อตาหรือสัตว์ทั่วไปกลมเกลือนไปกับธรรมชาติยามเช้ายามมันโปยบินหาอาหารกิน
ภาพวงจรหนอนผีเสื้อครับผู้เป็นตัวร้ายขโมยใบมะกรูดผมกิน
จุดประสงค์ที่แรกผมปลูกต้นมะกรูดเพื่อหวังผลมะกรูดมาใช้งาน ตั้งใจแต่แรกคือต้องการน้ำมะกรูดเพื่อมาผสมกับน้ำยาล้างจานที่ทำเพื่อใช้เองในครอบครัว (ซื้อหัวเชื้อได้นะครับที่ สกต ประจำอำเภอ) แต่ดูแล้วน่าจะต้องปรับแผนเล็กน้อย
มีพืชอีกหลายชนิดที่เป็นแหล่งอาหารของมันเช่น มะนาว พืชตระกูลส้ม ส้มโอ และกินเกินขนาดเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว การเป็นช่วงตัวหนอนต้องสะสมวัตถุดิบเพื่อสร้างร่างกายเพื่อเตรียมเข้าดักแด้
สารอาหารที่หนอนได้จากใบมะกรูดเช่น
คาร์โบไฮเดรต/น้ำตาล --เป็นแหล่งพลังงานสำหรับการเคลื่อนไหว การกิน การเจริญเติบโต
โปรตีนและกรดอะมิโน-- สำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ เอนไซม์ หากได้รับเพียงพอร่างกายจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ไขมันและกรดไขมัน-- ใช้สร้างเยื่อหุ้มเซลล์และสะสมเป็นพลังงานสำคัญในช่วงดักแด้
วิตามินและแร่ธาตุ เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และธาตุรองต่างๆ
น้ำ--- ใบสดเป็นแหล่งน้ำหลักของหนอน จึงไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำโดยตรง
ใบมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหยและสารพฤกษเคมี สัตว์หลายชนิดจึงไม่กินใบมะกรูด แต่หนอนผีเสื้อแตกต่างออกไป พวกเขารับมือกับสารระเหยเหล่านี้ได้
จุดที่พบหนอนผีเสื้อหางติ่งโดยครอบคลุมทั้งประเทศการสืบพันธุ์และขยายพันธุ์จึงไม่ใกล้ชิดจนเกินไป จึงมีความหลากหลายทางด้านยีนDNA ตัวที่แสดงความหลากหลายคือสี ลวดลายของปีกผีเสื้อ ถ้าเราลองมองเปรียบเทียบกับเสือโคร่งเบงกอลที่ใกล้สูญพันธุ์จะมีลายและจุดคล้ายๆกันเนื่องจากพื้นที่ป่าในการล่าสัตว์น้อย เสือไม่สามารถขยายการสืบพันธุ์ไปยังเขตพื้นที่อื่นๆได้จึงใช้เหตุนี้มองเปรียบเทียบกันได้กรณีมีความหลากหลายทางพันธุกรรมไหม


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น